All posts by jarern

Simple guy who interest in reading business and marketing books.

My life at 40th for 2020

ใช้ชีวิตมา 40 กว่าปีแล้ว เหนื่อยไหม? เหนื่อย แต่ก็มีความสุขกับการที่ได้มีชีวิต แต่เด็ก พ่อแม่ทำงานเหนื่อยลำบาก เลี้ยงดู ให้โอกาส การศึกษา ได้รู้จักเพื่อน มีเพื่อน ครูบาอาจารย์ ชีวิตวัยเรียน ทำให้เรารู้จักเข้าสังคม เรียนรู้ความแตกต่างของคนเรา การอยู่ร่วมกับคนอื่น ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ หลายคน 20 ปีแห่งการพัฒนาความรู้ สะสมประสบการณ์ รู้จักตัวตนของตัวเอง เรียนรู้ชีวิต 20 ปีถัดมา คือชีวิตแห่งการทำงาน เลือกเส้นทางมนุษย์เงินเดือน ได้รับโอกาสจากบริษัทหลายแห่ง หัวหน้าหลายคน ได้รับความไว้วางใจ ให้เราทำงานให้เขา ได้รับคำสั่งสอนแนะนำตักเตือน เริ่มหาเงินด้วยตัวเอง เงินเดือนทุกเดือน แบ่งกลับมาตอบแทนคุณเลี้ยงดูพ่อแม่ มาตลอด และนำมาซื้อความสุข ที่ใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก ทีละอย่างสองอย่าง ในชีวิตทำงานได้มีเพื่อนร่วมงาน เรียนรู้ความต่างของคนมากขึ้นกว่าสมัยเรียน ได้นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับบริษัทที่ทำงานให้ นอกจากงานหลัก ยังได้ทำงานสังคม ไม่ใช่การหารายได้ ทำงานสมาคมหลายแห่ง ร่วมจัดกิจกรรมสังคมดิจิทัล ได้รู้จักเพื่อนในวงการ ที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน ทั้งรุ่นพี่ ทั้งรุ่นน้อง ได้มีคอนเนคชั่น ความสัมพันธ์ที่กว้างขึ้น ได้มีโอกาสรู้จัก พบปะ เพื่อน ที่หลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่คนทำงานไปจนถึงผู้บริหารระดับเจ้าของ นักลงทุน ได้มีโอกาสทำความฝันอย่างการร่วมเขียนหนังสือการตลาดชื่อ re-digital ได้สร้างชั้นเรียนของตัวเองเพื่อการกุศลที่ชื่อ online business professional หรือ obp ได้เป็นผู้สร้างเนื้อหาและแบ่งปันเรื่องราว ผ่านเว็บบล็อกของตัวเอง ทำช่องยูทู้ป ไลฟ์สดบนเฟสบุ้ก ได้ทำงานใกล้ชิดกับแพลทฟอร์มระดับโลกหลายแห่ง เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ ความรักเคยเป็นปริศนาของชีวิตมายาวนาน เรื่องที่จะทำให้เศร้าใจ ได้รู้จักคนหลายคน จนได้มาเจอคนที่เข้ากันได้ ก็ปาไปเข้าเลข 40 ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน แม้ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวเป็นร้อยปี แต่ก็มีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ คนเราจะต้องการอะไรมากมาย? ปีที่ 40 นี้ นับเป็นปีที่มีอะไรเกิดขึ้นหลายอย่างกับชีวิต ที่แปลกใหม่ เกินความคาดคิด ไม่รู้ต่อจากนี้ ชีวิตจะเป็นเช่นไร รู้แต่เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่ออะไรกันนะ? เพื่อตัวของเราเอง และการช่วยเหลือผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่าเรา ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นไปด้วยกัน ในฐานะที่มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคสมัยเดียวกัน ก่อนจะจากโลกนี้ไปกระมัง.

ไอโฟนมือถือเปลี่ยนโลก

สตีฟจ๊อบผู้ที่เปิดความเป็นไปได้ของมือถือที่ไม่ใช่แค่จอขาวดำส่งsms เล่นเกมงูกับการสัมผัสหน้าจอได้แบบแนบเนียนและการขจัดปุ่มกดออกไปยุคนั้นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เมาส์ก็คือวิเศษแล้ว(แมคและวินโดวส์) และปากกาที่ใช้เขียนทำงานกับคอมพิวเตอร์สำหรับสายวาดภาพยังไม่มีการเขียนลงบนหน้าจอได้ยังไม่มีแท็บเบล็ทการใช้นิ้วสัมผัสได้รวมกับการทำลายความเชื่อเดิมๆหลายเรื่องพร้อมกันจึงทำให้คนต่างตื่นเต้นกับความเปลี่ยนแปลง… สมัยก่อนที่โทรศัพท์เล็กลงเล็กลงจนเอาไปแขวนคอเป็นเครื่องประดับกลับมาใหญ่ขึ้นๆอย่างในปัจจุบันแต่แบนเรื่องความแบนก็เป็นเรื่องที่คนทั่วไปอย่างเราก็ไม่เชื่อว่ามันเป็นไปได้ที่จะเอาทุกอย่างอย่างหน้าจอชิพพัดลมกล้องแบตเตอรีใส่ลงไปได้ตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรกแล้วเรียกว่าแอปเปิ้ลเป็นผู้นำด้านความแบนจากวิสัยทัศน์ของสตีฟจ๊อบโทรศัพท์ที่แบนที่สุดแท็บเบล็ทที่แบนที่สุดโน้ตบุ้คที่แบนที่สุดเครื่องเล่นเอ็มพีสามที่เล็กจิ๋วอย่างไอพอดนาโนสีขาวรุ่นแรกจนเดี๋ยวนี้ทุกเจ้าก็ค้นพบแล้วว่าทำเครื่องให้แบนได้อย่างไรตอนนี้ใครๆก็แบนได้… ในวันนี้โทรศัพท์คือการย่อคอมพิเตอร์ลงมาอยู่ในมือสำหรับพกพาถ้าไม่นับขนาดหน้าจอและความสะดวกในการทำงานโทรศัพท์มือถือก็ไม่ต่างกับคอมพิวเตอร์เลยและอาจจะเหนือกว่าด้วยในบางรุ่น… สำหรับคนรุ่นนี้เห็นมันเป็นเรื่องธรรมดาที่แผ่นบางๆในมือสามารถทำอะไรได้มากมายขนาดนั้นเหมือนเราที่เห็นเครื่องบินบนฟ้าแล้วรู้สึกเฉยๆเพราะเราเกิดมามันก็มีแล้วเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกไปเรื่อยๆทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้มากขึ้นจากความสามารถในการเรียนรู้และการพัฒนาของมนุษย์เห็นในโฆษณาวันก่อนถึงมอเตอร์ไซค์เจ็ทบินได้ต่อไปก็คงเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกัน 

My Life surrounded by Social media

My friends are in Facebook.
My thoughts and what I want it to spread out to the world are in Twitter.
My experiences and knowledges that I want to share to the world as video are in Youtube.
My personal life and movements are in Instagram and IGTV (mobile vertical video style).
My chat are in Line.
My real home is at my website, https://www.jarern.com
See you, somewhere. Better in real life. 😉

If I die tomorrow? ถ้าพรุ่งนี้ ฉันจะตาย วันนี้เราจะทำอะไร?
สตีฟจ๊อปเคยพูดไว้ เป็นหลักการใช้ชีวิตของเขา.
จ่ายหนี้ไม่ให้เป็นภาระแก่คนอื่น ใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก ถ่ายทอดความรู้สำคัญให้คนรุ่นหลัง.
เป้าหมายของชีวิต อาจไม่ใช่การหาเงิน หรือชื่อเสียง.
อย่าให้คนอื่น มากำหนด ชีวิตของคุณ.
ทำมัน เสียแต่วันนี้.